สวย เริ่ด เชิด โกรธ

posted on 30 Jul 2010 11:26 by noochokedee in Dogs
 
 

 

 

"สวย เริ่ด เชิด โกรธ"

entry นี้เกิดขึ้นได้ต้นเหตุจากแม่สาวแก่ตัวนี้ "ริชชี่" ในสายตาแม่หมา ริชชี่ไม่ใช่หมาที่ดีที่สุดแต่เป็นหมาที่สำคัญที่สุดเสมอ และตลอดมาจนแม่หมาต้องใส่ประโยคนี้ไว้ในหัว MSN อยู่ตลอด ด้วยคิดนิยามอะไรที่ดีกว่านี้ไม่ได้ 55  เพราะความที่รักและเทิดทูนหมาตัวเองขนาดนี้เอง (มั้ง) ทำให้ ริชชี่ถึงได้ใจเหลือเกิน มั่นใจเหลือเกินถึงมักทำกริยาประมาณ "ฉัน สวย เริ่ด เชิด" ใส่คนอื่นๆ อยู่เสมอ

 

 

แม้กระทั่งคนที่เพิ่งจะเคยรู้จักกันครั้งแรกๆ เห็นริชชี่ก็มักจะพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า "ริชชี่หยิ่งจัง" และทำเชิดๆ คิดว่าตัวเองสวย ดีมีสกุลซะขนาดนั้น จริงๆ

 

แล้วริชชี่เป็นหมาถือตัว ชีจะไม่ค่อยยอมให้ใครกอดหรือจับง่ายๆ เวลาไปไหนมาไหน ใครพบเห็นว่าเค้าน่ารักมักจะเอ็นดูอยากจับหัวลูบคลำตามประสาคนรักหมา แต่ไอ้หมาเรากลับทำท่ารังเกียจคนที่จะจับเค้า เดือดร้อนมาถึงเราต้องคอยบอกว่าเค้าเป็นหมาหวงตัว ยิ่งเวลาไปที่ที่ไม่ค่อยมีหมาไปบ่อยๆ คนมันจะตื่นเต้นแห่มารุมหมาเรา จิ้มๆ จับๆ ลูกหัว แถมบางทียีขนให้เจ้าของแอบเคือง หมาขนยาวๆ หวีแทบตายดันมายีขนลูกตรู จะว่าตรงๆ ก็ไม่กล้าถือว่าดีไปอีกแบบที่ลูกหวงตัว

 

 

 

จากรูปดูหน้าคุณนายก็รู้ว่าชี หยิ่งขนาดไหน ยิ่งเวลาใครชมต่อหน้ายิ่งแล้วเข้าไปใหญ่ ... เชิดซะ ลูกเอ๊ย สวยตายละ

เข้าเรื่องสำคัญดีกว่าคือเรื่องโกรธ เรื่องงอน ไม่รู้ว่าเอามาจากใคร (แต่มีหลายคนมักบอกว่าหมาเหมือนเจ้าของ) นี้เป็นเรื่องงอนครั้งใหญ่ในชีวิตที่เจอ ตอนแรกๆ ไม่รู้ว่าริชชี่งอนหรือเรียกว่าโกรธเลยก็ว่าได้

เพราะจะเริ่มสังเกตุเห็นตอนพ่อแม่ออกไปหาย่าที่บางจากวันเสาร์ กว่าจะกลับก็มืดไม่ได้พาเค้าไปด้วย เป็นเพราะเป็นช่วงหน้าฝน "เห็บ"บ้านอาม่าจะระบาดอาละวาดหนักมา เคยติด 3 ลิงกลับบ้านมาเป็นร้อยตัว ก็เลยไม่ได้พาริชชี่ไปด้วย  ส่วนตัวริชชี่เองก็ไม่ยอมกินข้าวเลยด้วยเวลาอยู่บ้านอาม่า พอกลับมาถึงบ้าน  ริชชี่ไม่มาหาคอยต้อนรับอย่างทุกที ทั้งที่หมาอีกหลายๆ ตัวมารุมล้อมเราด้วยความดีใจว่าแม่กลับมาแล้ว พอจะเข้าไปอุ้มเค้าตัวแรกเค้ากลับกระโดดหนีไม่ให้จับตัว

 

แล้วริชชี่ก็วิ่งไปที่ประตูเฝ้ารอ"เอ"จอดรถแล้วค่อยเข้าบ้านตามมา ตอนนั้นคิดอยู่แต่ว่าเดี๋ยวนี้รักเอเนอะ แล้วอีกอย่างคิดว่าริชชี่เห็นว่ามีหมาหลายตัวมารุมเราอยู่แล้วด้วยก็คงอิจฉางอนๆ  พอเอเข้ามาในบ้านริชชี่กระโดดโลดเต้นดีใจเอาหัวเข้าไปไซ้ซ้ายขวา ซ้ายขวา อ้อนสุดฤทธิ์ ทำให้แม่หมาเห็นเกิดอาการอิจฉาริษยาสุดๆ ได้แต่มอง พอเข้าไปร่วมวงด้วย ริชชี่ก็เดินแยกออกมาเลย ตลอดเวลาหลังจากนั้นมักจะไม่เข้าใกล้แม่หมาอีก

วันปกติหากมีธุระต้องออกนอกบ้าน ทุกครั้งที่จะเข้าบ้านมาพี่นุช พี่ที่ออฟฟิศจะคอยอุ้มริชชี่มาคอยที่โรงจอดรถเพื่อให้ริชชี่ได้เสนอหน้ากับแม่ก่อนใครๆ มิฉะนั้นอาการหลอดลมหดเกร็งผิดปกติของริชชี่จะกำเริบด้วยความตื่นเต้น พี่นุชคนสำคัญของออฟฟิศก็เลยอุ้มริชชี่ออกมาให้เพื่อป้องกันปัญหาดังกล่าว

 

แต่นี่ทำให้แม่หมารู้สึกได้ชัดถึงความผิดปกติเพราะทุกครั้งที่ส่งริชชี่มาให้ริชชี่ก็จะดีใจแล้วเลียหน้าแม่หมาด้วยความคิดถึง แต่มาครั้งนี้ริชชี่ถีบตัวออก เอาเท้ายัน (หมานะเนี่ยหมา ทำได้ไงฟะ แต่ทำจริงๆนะ) ไม่เข้าหาเราแล้วกระโดดลงพื้น วิ่งหนีทำให้แม่หมาเสียใจและรู้สึกแปลกใจเป็นอย่างมาก พอเข้าออฟฟิศได้ ก็กลับตัวออกมองประตูคอยเอเข้าออฟฟิศแล้วก็ประจบประแจงกันเหมือนเดิม ฟะนี่ลูกตรูเปลี่ยนไป เป็นอย่างนี้อยู่หลายครั้ง แม่หมาเองจึงต้องบอกพี่นุชว่าไม่ต้องเอาออกมาคอยแล้วเพราะมันทำให้เราเสียความรู้สึก เค้าไม่ได้ต้องการเราแล้ว พูดไปร้องไห้ไป ... (เฮ้อ เรื่องจริงผ่านจอ)

 

ปกติแม่หมาเป็นโรคแพ้อากาศนอนกลางคืนจะไอ ยิ่งช่วงเช้ามืด จะยิ่งไอหนัก ต้องกินยาแก้แพ้ทุกคืน ถ้าคืนไหนไม่กินยาบ้างลืมบ้าง เวลาไอริชชี่จะตื่นแล้วเดินมามองหน้า และอ้อนไซ้หน้าไซ้หัวกับแม่เสมอ อารมณ์คิดเอาเองว่าลูกฉันเป็นห่วงฉัน เป็นอย่างนี้ทุกคืน จนเราเองรู้สึกว่าทำให้หมาลำบากต้องกินยาแก้แพ้กันไว้ จนบางคืนที่ไม่ไอ แต่เป็นช่วงเวลานั้นริชชี่ยังสงสัยเดินมาดมปากแม่หมาแล้วก็ดมจมูกแม่หมา คงจะสงสัยว่าแม่ตายอะยังมั้ง อิอิ

แต่ตั้งแต่มีเรื่องโกรธแม่ขึ้นมา ไอให้ตายมันก็ไม่มาแล หมาอะไรช่างคิดช่างแค้น แกล้งไอโขลกๆ มันก็ไม่สน ทำให้เสียใจอีกแล้วว่าลูกเปลี่ยนไป ตอนนั้นนยังหาสาเหตุไม่เจอมีแต่คนบอกว่าให้คิดดี ก็คิดไม่ออกอะ เลยตัดสินใจทำการ"ขอโทษ" ริชชี่ บอกริชชี่ว่าถ้าแม่ทำอะไรผิดพลาดไปให้ลูกโกรธแม่ไม่ได้ตั้งใจจริงๆ ให้ริชชี่ยกโทษให้แม่และกลับมารักกันเหมือนเดิม .... แต่ริชชี่ไม่หายโกรธ เอเองก็ช่วยพูดนะ ก็ไม่สำเร็จ มันยิ่งทำให้ช้ำใจเพราะมันอี๋อ๋อกับเอมากเลย

 

 

สุดท้ายอารมณ์คนรักหมาเวอร์มันอัดอั้นอดรนทนไม่ไหว ออนเอ็มกับพี่อู๋หัวหน้าม๋าซ่าส์ประจำเว็บหมา ก็เลยปรึกษาแกซะหน่อยว่าจะทำไงดี คุยไปคุยมาเล่าถึงสาเหตุพี่อู๋เลยบอกว่าอาจเป็นเพราะเดี๋ยวนี้เวลาไปไหนมาไหนไปแบบแพ็ค 3 พร้อมกันหมด ริชชี่เคยอยู่คนเดียวมาก่อน เคยเที่ยวคนเดียวได้ความสนใจคนตัว เลยอาจเกิดอาการงอนๆ ให้ลองพาริชชี่ไปเที่ยวตัวเดียวบ้าง

ตกลงคะ ... จัดไปวันเสาร์พาไปซีคอนตัวเดียวใส่รถเข็นประจำตัว เดินเที่ยวหน้าบานตามระเบียบแต่ยังไม่หายงอน เอเรียกหันมอง แม่มันเรียกมันเฉย ไม่สนทำหน้าโกรธ ใส่เสื้อสวยน่ารัก ขอถ่ายรูปหน่อยมันค้อนใส่ขวับๆๆ ยังไม่หายโกรธ

 

ไรวะ พามาเที่ยวแล้วยังโกรธ สุดท้ายหลังออกจากซีคอนต้องแวะไปหาย่า ย่าทักว่า "วันนี้เอาริชชี่มาด้วยหรอ" ก็ตอบและเล่าให้ฟังว่ามันเป็นแบบนี้ๆ มาทุกครั้งที่กลับบ้านย่าไปบ้านเลย ย่าเลยบอกว่า...

 "มันโกรธเพราะมาบ้านย่านี่ละ ก่อนมีหนูโชคดีกับภูมิใจ เค้าเคยมาด้วยตลอดทุกวันเสาร์ 4ปีมาแล้ว แล้วอยู่ๆ ก็ไม่พาเค้ามาแถมกลับไปมีก็มีกลิ่นคุณปู่วิสกี้ พุดเดิ้ลตัวสำคัญติดตัวรี่กลับบ้านไปด้วย มันก็เลยโกรธและพาลโกรธไปเป็นธรรมดา เพราะถึงแม้เค้ามาบ้านย่าจะนอนเรียบร้อยทำเฉย สร้างภาพเป็นเด็กดี แต่เค้าได้มองได้เห็นว่าเราทำอะไรกับปู่วิสกี้บ้าง เช่นจับอาบน้ำไดร์ขน เค้าเลยรับได้ แต่อยู่ๆ คอยอยู่ที่บ้าน แถมมีกลิ่นหมาตัวสำคัญ (รุ่นพี่..ที่มาก่อน) เค้าเลยงอนให้อะซิ"

 

 

 

อืม รู้งี้ปรึกษาย่าแต่แรกดีกว่า .... เนี่ยละน้าเรียกว่าอาบน้ำร้อนๆๆๆมาก่อนจริงๆ

หลังจากนั้นกลับบ้านริชชี่อาการดีขึ้นไม่โกรธไม่งอนแล้ว ด้วยที่เราเองก็บอกเค้าว่ามาหาย่าต้องมาอาบน้ำให้ปู่วิสกี้แต่แม่ก็รักชี่เหมือนเดิมนะ ทำนองนี้ แล้วต่อไปแม่จะพาหนูมาบ้านอาม่าเหมือนเดิมนะ ถึงเห็บจะกัดหนู หนูจะคันสุดๆ เป็นแผลเหวอะหวะ และหนูเองจะนอนคอย ทนรอหิวข้าว หิวน้ำก็ตามใจ (เวลามาบ้านอาม่า ริชชี่จะไม่ยอมกินข้าว จะทนรอจนถึงสี่ห้าทุ่มกลับไปกินข้าวที่บ้าน ทุกครั้ง) ถ้าจะกินน้ำก็ต้องเป็นถ้วยที่เอาไปจากที่บ้าน ถ้วยของปู่วิสกี้ ริชชี่เค้าไม่กินด้วย ตั้งแต่ปู่โดนหมาใหญ่กัดแล้วมีเลือดไหลเยอะไปหมด ริชชี่จะไม่เข้าใกล้ปู่อีกเลย น้ำขนมถ้วยเดียวกับปู่ก็ไม่เอา (เวอร์จริง)

 

 

สุดท้ายริชชี่ก็กลับมารักแม่หมาดังเดิมไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่า เมื่อแม่หมาไอตอนกลางดึกริชชี่เดินมาดูเหมือนเดิมแล้ว ทุกครั้งวันทำงานที่แม่หมาออกไปข้างนอก พี่นุชก็จะอุ้มมาคอยที่โรงจอดรถตอนกลับมาออฟฟิศ ริชชี่ก็จะดีใจ ตื่นเต้น กระโดดเข้ามาหาแล้ว ทุกอย่างกลับมาเหมือนเดิม เป็นคืนวันดีๆ ที่มีกันและกันแล้ว

ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าหมาที่ตัวเองเลี้ยงมาช่างมีนิสัยขี้งอนได้เหมือนเจ้าของอะไรเช่นนี้ ... โดนเข้าให้เต็มๆ กับตัวเอง ต่อไปจะไม่ขี้งอนขี้โกรธแล้วคะ

..ขอความสุขของเราจงคืนกลับมา....ขอความสุขรอยยิ้มที่เคยเหลือเฟือ...

 

 

 

 ได้แล้วคะ...  

 

 
 

นางแบบสาวบ้านตุสติส

posted on 28 Jul 2010 14:11 by noochokedee in Dogs

 

 

 

ไม่ได้ทำ blog ไปเสียนาน พอกลับมาทำรอบนี้มึนๆ ด้วยอารมณ์ "ลืม" ทำให้คิดจะเริ่มตรงไหนก่อนวะตรู ...

แต่จริงๆ ตั้งใจจะทำมาหลายเรื่องเลยต้องจดไว้ในสมุดก่อน  เพราะถ่ายรูปไว้เยอะในไอโฟน แต่รูปก็ไม่มากอะไร ปรับตั้งอะไรไม่ได้ เพราะกล้องดิจิตัลเสียตั้งแต่กลับจากเกาะช้าง ยังหาเงินซื้ออันใหม่ไม่ได้ซักที เพราะเอาเงินไปทุ่มเทซื้อโน้นซื้อนี่ให้ลูกๆ หมด อิอิ

ประเดิมด้วย"นางแบบสาว _ประจำ บ้านตุสติส" จะเป็นใครไม่ได้นอกจาก "หนูโชคดี" สุดที่เลิฟของอากง ... เดี๋ยวยิ่งโตยิ่งขี้อ้อน ยิ่งน่ารักขึ้นทุกวันๆ แบบนี้ไม่ให้รักไม่ให้หลงกันได้ไงชิมิๆ 

วันนี้แม่หมาจะนำเสนอทรง"ขน"น่ารักๆ ซักแบบสองสามแบบนะคะ

 

ได้แรงบันดาลใจจากน้องปลาหมึกพอลผู้โด่งดัง เพราะทำทรงนี้ช่วงบอลโลกแอฟริกา 2010 ... "The Oracle Octopus Paul" ซึ่งตอนนี้มีอายุ 2 ปีใกล้เคียงกับหนูโชคดีพอดี ตอนนี้อยู่ที่พิพิธภัณฑ์ที่เยอรมันนี ให้ชื่อแบบนี้ว่า

 

"ทรงหมึกพอล"

ผลงานของหมึกพอลในการทำนายผลฟุตบอลโลก 2010 เป็นที่น่าชื่นชมเป็นอย่างมาก เพราะขนาดแม่หมาเป็นคนไม่สนใจเรื่องกีฬาอะไรยังมาคอยฟังผลบอลก็เพราะพี่หมึกพอลนี่หละ ... ด้วยความลุ้นไปกับการทำนายผลของเค้าด้วย ยิ่งปิดตำนานการทายผลได้เยี่ยมยอดทำนายทุกครั้งถูกต้องทุกครั้ง แบบนี้ไม่เสียชื่อพี่หมึกพอลจริงๆ

ด้วยความดังของหมึกพอล มาลัยคนสำคัญของบ้านก็เลยจัดทรงหมึกพอลมาอวดพ่อหมาแม่หมาซักชุด ... เล่นเอาประทับใจกันไปทั้งบ้าน มันว่างจัดเนอะ งานการไม่ทำ มานั่งประดิษฐ์ผมหมา ก็เลยอยากแบ่งปันความประทับใจ (และความขยัน) และอวดฝีมือให้คนทำได้ชื่นใจคะ

 

 

 

 

ในเมื่อมีทรงหมึกพอลแล้วแม่หมาจะยอมน้อยหน้าพี่เลี้ยงคนสำคัญของลูกได้ไง จึงดัน (ทุรัง) "ทรง waka waka" มาประชันฝีมือกับมาลัย นางแบบคนสำคัญอีกคนที่จะขาดไปเสียไม่ได้เลย "มี้ริชชี่" แม่หมาหน้าอ่อน หมาบังเกิดเกล้าของพ่อแม่บ้านตุสติสเองคะ ... ถึงแม้ขนไม่ยาวเท่าหนูโชคดีแต่แม่หมาว่ามันก้อน่ารักไม่แพ้กันหรอกน้า... อิอิ หลงลูกตัวเอง

 

 

 

"ทรง Waka Waka"

 

 

เทียบความสวยคงไม่ได้เท่ามาลัยเค้าทำแต่เทียบความตั้งใจขอบอกว่าเกินร้อย เพราะคิดไว้มามันจะสวยซัก 200 แต่ความสวยมันออกมาได้แค่ 80 (มั้ง) ด้วยความอยากอะนะค ดีนะที่ลูกเข้าใจว่าแม่มันไม่ปกติ หุหุ

 

 

 

ก็อยากเข้ากระแสอยาก intrend กับเค้าบ้าง ยัยริชชี่ก็แก่ขึ้นทุกวันๆ แม่หมาก็ต้องมาคิดทำไงน้า ให้ใครๆ เห็นลูกเราน่ารัก เอ็นดูและเมตตาลูกเราเยอะๆ หลังคิดอยู่หลายตลบก็จบที่ว่า "บีบคอ"บังคับดีกว่า ถ้าจะได้ผลดี 55 

 

 สุดท้ายใน blog นี้ แม่หมานำเสนออย่างแรงเพราะอันนี้ตั้งใจทำสุดๆ แต่สุดท้ายดันโดนยัยมาลัยมาทำลอกเลียนบ้าง ชะชะ แหมๆๆ มันน่าเจ็บใจ มันดันกลับทำสวยกว่าเรา เชอะ ไม่เก่งอย่างแกนิ จับทรงไหนสวยกว่าฉันทุกทีเลยบริเวณที่ทำย้ายจากหัวมาที่หางคะ...เนื่องจากเลี้ยงหมาขนยาวแถมกำลังเป็นสาว ก็ต้องรักษาความสะอาดกันหน่อย เพราะตัวหมาเองก็ต้องทำความสะอาดตามธรรมชาติของเค้าเองด้วย แต่เราก็ช่วยให้มันง่าย สะดวกและสะอาดมากขึ้นคะ ด้วยการถักเปียที่ก้นเพื่อเปิดทางให้...สะอาด

อันนี้แม่หมาทำเองคะ ให้ชื่อทรงว่า "หนูเป็นสาวแล้ว" ดีมั้ยน้อ

 

 

อันล่างนี้มาลัยเป็นคนทำ จำนวนเปียน้อยกว่าแต่ดูเรียบร้อย และสวยงามกว่า (มั้ง) ที่แม่หมาทำ ฮือๆๆ แกนะ ทำสวยกว่าฉันเรื่อยเลย 

 แต่ด้วยความพยายามของแม่หมาและความน่ารักของลูกแม่ ยอมนอนนิ่งๆ ให้แม่แต่งตัว อย่างน้อยก็ทำให้แม่มีกำลังใจที่จะ หวีขน เช็ดตา ล้างหน้ากันต่อๆไป เพราะอยากให้ลูกๆ สวยอยู่ตลอดเวลา

entry นี้รูปน้อย...บรรยายน้อยเพราะแม่หมาเองมีภารกิจมากมายให้ทำ อาจมีห่างหายไปหลงระเริงกับ facebook กันบ้าง แอบดอดหนีลูกไปธุระนอกบ้านบ่อยๆ  หากแฟนคลับอันน้อยนิดคิดถึงก็ฝากเม้นท์กันเยอะๆ แล้วกันนะจ๊ะ ยังไงแม่หมาสัญญาจะเอาเรื่องราวแสบๆ กวนๆ ของบรรดาลูกๆ มาเล่าสู่กันฟังอีกเป็นแน่จ้า...........